‘ชูวิทย์’ โพสต์ถึง‘ไอซ์
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ไอซ์ รักชนก
ไอซ์เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ฝ่าดงหินขี่จักรยานหาเสียงจนได้เข้าสภา
ทำหน้าที่โดดเด่นทั้งๆ ที่เป็น ส.ส. สมัยแรก แต่เป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วไป
ด้วยบุคลิก วาจา การเรียนรู้การเมืองทันเกม จึงกลายเป็น “ดาวกฤษ์” อย่างรวดเร็ว
ส.ส. สมัยแรกอย่างไอซ์ ทำหน้าที่ได้คุ้มค่าเงินเดือนจากภาษีย่อมน่ายกย่อง
เมื่อไอซ์ชี้แจงเรื่อง “ทหารมีไว้ทำไม?ชูวิทย์โพสต์ถึงไอซ์” ในโซเชียลเพื่อให้เข้าใจว่า
พรรคส้มหมายถึง “ทหารมีไว้รบ ปกป้องอธิปไตย“
ไม่ใช่ ”เอาทหารชั้นผู้น้อยไปตัดหญ้า ล้างห้องน้ำ ซักกางเกงในให้เมียนายพล ปรนนิบัติลูกเมียทหารผู้ใหญ่ หรือนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินเดือนมาใช้“
ไอซ์โดนคนต่อว่าไปยุ่งกับทหารทำไม? ทั้งหัวหน้าเท้งเองก็โดนแม่ค้าไล่กลางตลาดที่ขอนแก่น
แม้ไอซ์อยากจะชี้แจง แต่ชาวบ้านบางคนอารมณ์ขึ้น ไม่อยากฟัง เดินหนี ทีมงานผู้สมัครพรรคประชาชนก็โห่ไล่ชาวบ้านผู้หญิงคนนั้น
หากให้ความเป็นธรรม ในฐานะที่ไอซ์อายุยังไม่มาก ประสบการณ์ทหารยังมีน้อย หรืออาจเรียกว่าไม่มีเลยก็ได้
ได้ยินได้ฟังเรื่องทหารชั้นผู้น้อยมาจากข่าว หรือฟังมาจากคนอื่นๆ อย่างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส.
หรือแม้แต่ฟังมาจากทหารชั้นผู้น้อยที่ประสบเรื่องราวมาด้วยตัวเองเล่าให้ฟัง
ที่ผมพูดไม่ได้มีเจตนาไปดูถูกความคิดไอซ์แต่อย่างใด
แต่ไอซ์ต้องทราบเรื่องสำคัญของทหาร คือ “สายบังคับบัญชา”
มีทหารชั้นพลทหาร ไปถึงระดับนายพล
พลทหาร คือ “ทหารเกณฑ์“ ที่ไอซ์พูดถึง
บรรดาทหารเกณฑ์เมื่อแรกเริ่มเข้ามาจะถูกใช้จริงอย่างที่ไอซ์ว่าไว้
แม้ไม่ถึงกับไปซักกางเกงในให้เมียเจ้านาย แต่การเป็นทหารรับใช้ทำงาน “สู้กับหญ้า ฆ่ากับมด” มันมีแน่นอน
และรู้ไหมว่ามันเริ่มมาตั้งแต่ยุคไหน ผมว่าธรรมเนียมปฏิบัติทหารรับใช้ มีมาก่อนไอซ์และผมเกิด
วิธีการแบบ “สังคมทหาร” คงมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว
โดยปัจจุบันลดลงไปมาก แน่นอนว่ายังมีอยู่
แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่เท่ากับการที่บอกว่า “ทหารมีไว้ทำไม?”
ใช่ ทหารต้องมีไว้รบเมื่อมีศึกสงคราม เกิดการรุกรานจากเพื่อนบ้านบ้าอำนาจอย่างฮุนเซน
แต่ที่พรรคส้มบอกว่า “หากมีสงคราม ก็ไม่เชื่อว่าทหารไทยจะรบชนะ”
ผมว่าตรงนี้มากกว่าที่บาดใจทหาร และคนไทย
มากกว่า ใช้ทหารชั้นผู้น้อยไปตัดหญ้า
มากกว่า ใช้ไปล้างห้องน้ำ
มากกว่า แม้กระทั่งไปซักกางเกงในให้เมียนายพล
จากสงครามชายแดนที่มีทหารบาดเจ็บล้มตาย เพราะการต่อสู้ปกป้องอธิปไตยของไทย ตรงนี้มากกว่าที่ควรถูกชี้แจงอย่างซื่อๆ ตรงๆ ตามสไตล์พรรคส้มว่า
“เป็นความผิดพลาดที่สื่อสารไปอย่างนั้น นักการเมืองพูดผิดได้ นโยบายผิดได้ ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่นักการเมืองพูดจะถูกไปเสียหมดแล้วหาทางไปแก้ตัว“
ต้องยอมรับว่า ขณะนั้นพรรคส้มอาศัยกระแส “คนเบื่อลุง” โจมตีทหาร ทำให้คำพูดได้ใจบรรดากองเชียร์ และผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ในขณะที่ไทยไม่มีภัยสงครามมานาน
ปัจจุบันพรรคส้มมีเท้งเป็นหัวหน้า เหนือเท้งขึ้นไปยังมีธนาธรอีก และทุกคนก็รู้ว่าธนาธรเป็นผู้กำหนดวิธีคิดแนวนโยบายให้พรรคส้ม
ไอซ์เป็นเพียงผู้ปฏิบัติ เป็นกลไกหนึ่งในพรรคส้มที่ต้องฟังธนาธร หรือสิ่งที่กรรมการบริหารพรรคกำหนดมาให้ตอบโต้
โดยที่ไอซ์ไม่รู้จัก “สังคมทหาร” ดีพอ ด้วยวัยวุฒิยังน้อย และไม่เคยเป็นทหาร
ถึงแม้จะบอกว่าเข้าใจหัวอกทหารจริงๆ แต่ประชาชนก็มองไอซ์ หรือแม้แต่ธนาธร ว่ามีภาพลักษณ์ต่อต้านทหารด้วยคำพูดในขณะนั้น
อย่างที่พรรคส้มปรามาสและตอกย้ำนโยบาย “ลดขนาด ปรับโครงสร้างกองทัพ“ ไว้ด้วยประโยคที่ว่า “ถึงมีสงคราม ก็ไม่เชื่อว่าทหารไทยจะไปรบชนะใคร”
จริงครับ ทหารไม่ควรไปเป็นทหารรับใช้บ้านทหารชั้นผู้ใหญ่ และจริงครับที่มีการทำแบบนั้นอยู่
แต่ว่า “อะไรคือสิ่งสำคัญ ที่ประชาชนต้องการจากทหารเพื่อประเทศชาติมากกว่ากัน?”
ทหารที่มีกำลังกองทัพที่ทันสมัย ไม่มีคอมมิชชั่น ได้อาวุธตรงปก มีเครื่องบินดีๆ ไปถล่มศัตรู ทำลายแหล่งซ่องสุมอาวุธที่ใช้โจมตีไทย
ทหารไทยเราชนะ ใช้อาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปกป้องดินแดนของไทย โดยมีทหารเสียชีวิตไปถึง 27 ราย บาดเจ็บขาขาดอีกหลายสิบนาย
ตรงนี้หรือเปล่าที่มันสำคัญกว่า มันจำเป็นมากกว่าต่อพรรคส้มเอง หรือต่อคนไทยทุกคน
เมื่อพรรคส้มไปหาเสียงในขณะนี้ จึงไม่สามารถไปอธิบายเรื่องพวกนี้ให้คนไทยเข้าใจได้ง่ายๆ
แม้แต่การลากยาวไปถึงทหารที่ไปคุมสนามกอล์ฟ แนวเดียวกับที่ธนาธรพยายามบิดคำพูดที่พรรคส้มเคยพูดเอาไว้ว่า
“ทหารมีไว้ทำไม?”
และวลีที่ว่า “ไม่เชื่อว่าทหารไทยจะไปรบชนะใครได้“
มันไม่สามารถลบล้างประโยคเหล่านี้ ที่บาดลึกสังคมไทยเกินไป
ตรงนี้มากกว่าครับที่คนไทยรู้สึกถูกจี้ใจดำ ไม่ใช่เรื่องทหารรับใช้ตัดหญ้าฆ่ามดหรอกครับ
ยิ่งไอซ์ โรม เท้ง ไปถึงธนาธร พูดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลเสียทั้งๆ ที่อาจหวังดี
นักการเมืองทุกคนไม่ว่าจะการเมืองของประเทศไหนต้องรู้จัก “เวลาที่ควรพูด และเวลาที่ควรเงียบ”
เมื่อพูดผิดไปแล้ว ต้องยอมรับและแก้ไข
นี่ต่างหาก ”การเมืองใหม่“ ไม่ใช่เถียงชนฝาแบบ ”การเมืองเก่า“
ชาวบ้านไม่ใช่ ”นักการเมือง“ และ “ตลาด“ ไม่ใช่ ”สภา“ ที่จะไปตอบโต้ได้ทุกดอก
ในเมื่อสิ่งที่พรรคส้มหรือธนาธรกำลังนำเสนอให้กับสังคมไทยนั้น ไม่มีทางจะเปลี่ยนได้ทันใจพรรคส้มในระยะเวลาสั้นๆ
และสงครามปะทะชายแดน ไทย-กัมพูชา มันเกิดขึ้นจริง
ด้วยชัยชนะของอาวุธ และประสิทธิภาพกำลังทหารไทย ที่เหนือกว่าทหารกัมพูชา ชนิดเหมือนใช้ ”เข็มสู้กับลูกปืน“
กรุณาอย่าบอกผมนะครับว่า ”เพราะประสบการณ์แย่ๆ ของนักการเมืองเก่าอย่างผมนี่ไงถึงพาบ้านเมืองเสียหายมาถึงจุดนี้“
เพราะผมว่าคนไทยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอควร ก็เริ่มรู้แล้วล่ะครับว่า
หาก “ให้โอกาสพรรคส้มได้เป็นรัฐบาลพรรคเดี่ยวแล้วจะทำให้ดู” มันเสี่ยงแค่ไหน
คนไม่มีประสบการณ์เลยจะทำอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่อย่างที่พรรคส้มบอกว่า “ทหารมีไว้ทำไม และหากมีสงครามก็ไม่เชื่อว่าทหารไทยจะรบชนะด้วย“
มันน่ากลัวนะครับ ที่คนไทยจะให้โอกาสเอาประเทศไปลองเสี่ยงทำให้ดู แบบที่ธนาธรหาเสียงหรือเดินสายสัมภาษณ์สื่อ
พวกเราแค่กลัวว่า “จะไม่เหลืออะไรในโอกาสหน้าอีก”
相关文章:
相关推荐:
- 共享战斗技术小我简介
- What I Learned From a Week in Chilean Patagonia: The World's Wildest Frontier
- 《RaidersofBlackveil》PC版下载 Steam正版分流下载
- [新浪彩票]足彩25189期盈亏指数:斯特拉稳胆无疑
- 日本岛根县东部地区发生6.2级地震
- “新岁启封,再赴征程”中马协2022年星级专业教练培训(无锡站)报名中
- เสียงจากชายแดนเมื่อต้องอพยพอีกครั้งหลังเหตุปะทะไทย
- 《RaidersofBlackveil》PC版下载 Steam正版分流下载
- 郑丽文聘王金平担任中国国民党“最高顾问”
- 抖音拉黑之后火花还有吗
栏目分类
最新文章
